ข่าวสารยานยนต์

Toyota จับมือ Mazda ตั้งโรงงานใหม่ร่วมกันในสหรัฐอเมริกา พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีรถไฟฟ้าร่วมกัน

Written by admin

Toyota จับมือ Mazda ตั้งโรงงานใหม่ร่วมกันในสหรัฐอเมริกา พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีรถไฟฟ้าร่วมกัน จัดงานแถลงข่าวที่เมืองฮันส์วิลล์ รัฐอลาบามาของสหรัฐอเมริกา

Toyota จับมือ Mazda ตั้งโรงงานใหม่ร่วมกันในสหรัฐอเมริกา พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีรถไฟฟ้าร่วมกันToyota จับมือ Mazda ตั้งโรงงานใหม่ร่วมกันในสหรัฐอเมริกา พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีรถไฟฟ้าร่วมกัน

ทั้งสองบริษัท ระบุว่า โรงงานดังกล่าวมีกำหนดดำเนินงานในปี 2021 จะสามารถผลิตรถยนต์ได้ปีละ 300,000 คัน และจะมีการจ้างงานราว 4,000 ตำแหน่ง โรงงานดังกล่าวใช้เม็ดเงินลงทุน 1.6 พันล้านสหรัฐฯ โดยโรงงานใหม่แห่งนี้จะรับหน้าที่ผลิตรถโตโยต้า โคโรลล่าจำนวน 50% และอีก 50% ทำการผลิตรถครอสโอเวอร์ของค่ายมาสด้าที่ยังไม่มีการยืนยันชื่อรุ่นว่าจะผลิตรุ่นใด ทั้งนี้ โตโยต้าจะถือหุ้น 5 เปอร์เซ็นต์ของมาสด้า อันเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมทุน ส่วนทางมาสด้าจะถือหุ้นโตโยต้า 0.25 เปอร์เซ็นต์ โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากโรงงานประกอบเครื่องยนต์ของโตโยต้า มอเตอร์ ระยะทางประมาณ 22 กม. ซึ่งมีการผลิตเครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ในหลายรุ่นทั้งคัมรี่ ไฮแลนเดอร์ และทุนดรา

การร่วมมือในครั้งนี้เกิดขึ้นเหตุเพราะค่ายรถทั่วโลกกำลังเผชิญกับค่าใช้จ่ายมหาศาลในการจะเร่งพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ในรถที่ปล่อยมลพิษต่ำ รวมถึงรถที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติ และการการก่อตั้งโรงงานดังกล่าวถือเป็นความสำเร็จของรัฐอลาบามา เหนืออีกหลายรัฐที่สามารถดึงดูดให้บริษัทรถยนต์ไปตั้งโรงงานทั้งในเทนเนสซี เท็กซัส นอร์ธคาโลไรน่า และเซาท์คาโลไรน่า

อากิโอะ โตโยดะ ประธานกรรมการของโตโยต้า กล่าวว่า “การที่จะลงทุนสร้างโรงงานใหม่แห่งนี้ร่วมกับมาสด้าเกิดขึ้นบนความสำเร็จที่เราทั้งสองฝ่ายมีร่วมกัน โดยเฉพาะการผลิตเครื่องยนต์สำหรับตลาดอเมริกาเหนือ” ส่วนทางด้าน มาซามิชิ โคไก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของมาสด้ากล่าวว่า “มาสด้าผลิตรถยนต์ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการจุดพลังให้ผู้คนและส่งเสริมชุมชนรอบด้าน การผลิตรถยนต์ในอลาบาม่าจะช่วยให้มาสด้าเข้าไปนั่งในหัวใจของพนักงานและชุมชนท้องถิ่นได้ในระยะยาว”

ดูเพิ่มเติม

ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

About the author

admin

จากความชื่นชอบส่วนตัวในเรื่องของยานยนต์ และด้วยทุกวันจะติดตามข่าวสารทุกเช้า จึงมีความคิดในการแบ่งปันข่าวสารยานยนต์จึงได้เกิดเว็บไซต์ AutoHug.com ขึ้นมา